การทำงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟ (Hot Work) เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่อาจทำให้เกิดการลุกไหม้หรือระเบิด หากไม่มีมาตรการควบคุมที่เหมาะสม อุบัติเหตุจากงานลักษณะนี้อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรง ความเสียหายต่อทรัพย์สิน และแม้กระทั่งการเสียชีวิต ดังนั้น การจัดการความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
Hot Work คืออะไร
Hot Work หมายถึง กระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้เปลวไฟ ความร้อน หรืออุปกรณ์ที่ทำให้เกิดประกายไฟ ซึ่งอาจนำไปสู่การลุกไหม้หรือติดไฟของวัตถุที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง กระบวนการเหล่านี้มักพบในงานอุตสาหกรรมและงานซ่อมบำรุง ตัวอย่างของ Hot Work ได้แก่:
- การเชื่อมและตัดโลหะ (Welding and Cutting)
- การเจียรและขัดโลหะ (Grinding and Sanding)
- การใช้เครื่องมือไฟฟ้าหรือเครื่องมือที่ทำให้เกิดความร้อนสูง
- การใช้เปลวไฟเปิด (Open Flame) เช่น การเผาสารเคมีหรืออุปกรณ์ทำความร้อน
- การหลอมโลหะ (Metal Casting)
ซึ่งโรงงานส่วนใหญ่ จะมีตำแหน่งงาน ผู้เฝ้าระวังไฟ ที่ช่วยควบคุมความเสี่ยงในการทำงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟ โดยหน้าที่หลักของพวกเขาคือการสังเกตการณ์และเฝ้าระวังพื้นที่ทำงานเพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้และจัดการกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
อันตรายจากงานที่มีความร้อน
- ไฟไหม้และการระเบิด: ประกายไฟสามารถจุดติดเชื้อเพลิงที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้ เช่น น้ำมัน ก๊าซ หรือฝุ่นที่ติดไฟได้
- อันตรายจากรังสีความร้อน: การเชื่อมโลหะสามารถปล่อยรังสีอัลตราไวโอเลตและรังสีอินฟราเรด ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อดวงตาและผิวหนัง
- ควันและไอระเหยที่เป็นพิษ: การเผาไหม้วัสดุที่มีสารเคมีสามารถปล่อยไอระเหยที่เป็นอันตราย เช่น ควันจากตะกั่ว สังกะสี หรือฟลูออรีน
- อันตรายจากอุปกรณ์และเครื่องมือ: เครื่องมือที่ใช้สำหรับงานที่ทำให้เกิดประกายไฟอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น การตัดนิ้วหรือได้รับบาดเจ็บจากวัตถุที่กระเด็นออกมา
มาตรการความปลอดภัยในการทำงานที่ทำให้เกิดประกายไฟ
1. ประเมินความเสี่ยง
การประเมินความเสี่ยงเป็นขั้นตอนสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุ โดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น:
-
- ประเภทของวัสดุที่ใช้ในการทำงาน
- สภาพแวดล้อมของสถานที่ทำงาน
- อุปกรณ์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
- บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงาน
2. จัดเตรียมพื้นที่ทำงาน
-
- กำจัดวัสดุไวไฟและเชื้อเพลิงออกจากบริเวณทำงาน
- ติดตั้งม่านป้องกันประกายไฟเพื่อป้องกันการกระเด็นของสะเก็ดไฟ
- ตรวจสอบระบบระบายอากาศให้เหมาะสมเพื่อลดการสะสมของไอระเหยที่เป็นอันตราย
3. ใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE)
อุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็นสำหรับงานที่ทำให้เกิดประกายไฟ หรืองานเฉพาะด้านนั้นๆ ได้แก่:
-
- หน้ากากเชื่อมโลหะหรือแว่นตาป้องกันแสงจ้า
- ถุงมือป้องกันความร้อนและประกายไฟ
- ชุดป้องกันเปลวไฟ (Flame-Resistant Clothing)
- รองเท้านิรภัยป้องกันความร้อน
- เครื่องช่วยหายใจเมื่อต้องทำงานในพื้นที่ที่มีไอระเหยหรือควัน
อ่านเพิ่มเติม : PPE งานเชื่อม
4. ใช้อุปกรณ์และเครื่องมืออย่างปลอดภัย
-
- ตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนใช้งานทุกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์
- ใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับประเภทของงานและปฏิบัติตามคู่มือผู้ผลิต
- หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ที่ชำรุดหรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
5. เตรียมแผนจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
-
- เตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง เช่น ถังดับเพลิงประเภทที่เหมาะสมกับเชื้อเพลิงที่อาจเกิดการติดไฟ
- จัดทำแผนการอพยพและฝึกซ้อมเป็นระยะ
- สอนพนักงานเกี่ยวกับวิธีการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน เช่น การใช้ถังดับเพลิง และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
6. ออกใบอนุญาตทำงานที่ทำให้เกิดประกายไฟ (Hot Work Permit)
การออกใบอนุญาตทำงานเป็นมาตรการที่ใช้ควบคุมงานที่มีความเสี่ยงสูง โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้:
-
- การตรวจสอบพื้นที่และอุปกรณ์ก่อนเริ่มงาน
- การระบุความเสี่ยงและมาตรการป้องกัน
- การกำหนดบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมงาน
ผู้ที่รับผิดชอบ : ” ผู้เฝ้าระวังไฟ ” เป็นผู้ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการขออนุญาตทำงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟ หรือ Hot Work Permit นอกจากนี้ผู้เฝ้ารัวังไฟยังต้องคอยตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน ของพนักงานเพื่อป้องกันอันตรายต่อตัวพนักงานเอง และการเกิดอัคคีภัย โดยก่อนจะทำงานเป็นผู้เฝ้าระวังไฟ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรผู้เฝ้าระวังไฟ
แนะนำสถานบันอบรมผู้เฝ้าระวังไฟ มืออาชีพ จากทีมวิทยากรที่ได้ขึ้นทะเบียนจากกรมสวัสดิการฯ อย่างถูกต้อง พร้อมอุปกรณ์ฝึกอบรมที่ได้มาตรฐาน พร้อมมอบวุฒิบัตรที่สามารถใช้ยืนยันผ่านการอบรมได้ สมัครวันนี้ลดทันที 40% อ่านเพิ่มเติมที่ >> ผู้เฝ้าระวังไฟ อบรม
มาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ในประเทศไทย การทำงานที่ทำให้เกิดประกายไฟอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายความปลอดภัย เช่น:
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554
- มาตรฐานสากล เช่น ISO 45001:2018 ที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
- ข้อกำหนดของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
- ข้อกำหนดขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น NFPA 51B ที่เกี่ยวข้องกับงานเชื่อมและการทำงานที่มีประกายไฟ
สรุป
การทำงานที่ทำให้เกิดประกายไฟเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง แต่สามารถควบคุมได้หากมีมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม การประเมินความเสี่ยง การใช้เครื่องมือที่ปลอดภัย การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน และการมีแผนรับมือเหตุฉุกเฉินเป็นสิ่งจำเป็นในการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ นอกจากนี้ การปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้สถานประกอบการสามารถดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
อ้างอิง
- สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. (2564). มาตรฐานความปลอดภัยในการเชื่อมโลหะ
- National Fire Protection Association. (2019). NFPA 51B: Standard for Fire Prevention during Welding, Cutting, and Other Hot Work
- International Organization for Standardization. (2018). ISO 45001: Occupational health and safety management systems
- กระทรวงแรงงาน. (2554). พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน