เปรียบเทียบ Ear Muffs และ Ear Plugs ต่างกันยังไง และเลือกใช้อย่างไร

by pam
23 views

ในงานอุตสาหกรรมและสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง เช่น โรงงานที่มีเครื่องจักรกลหนัก งานก่อสร้าง และสนามบิน การป้องกันการได้ยินเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินจากเสียงดังเกินมาตรฐาน อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน (Hearing Protection Devices – HPDs) มีอยู่สองประเภทหลัก คือ Ear Muffs (ที่ครอบหูป้องกันเสียง) และ Ear Plugs (ที่อุดหูป้องกันเสียง) ซึ่งมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน และเหมาะกับสถานการณ์ที่ต่างกันไป

ความแตกต่างระหว่าง Ear Muffs และ Ear Plugs

Ear Muffs

1. Ear Muffs (ที่ครอบหูป้องกันเสียง)

Ear Muffs เป็นอุปกรณ์ป้องกันเสียงที่มีลักษณะเป็นที่ครอบหู มีแผ่นกันเสียงและฟองน้ำรองรับเพื่อลดการส่งผ่านของเสียงจากภายนอก Ear Muffs ใช้งานโดยการครอบหูทั้งหมดเพื่อลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม

วัสดุและโครงสร้าง:

  • โครงสร้างภายนอกทำจากพลาสติกแข็งหรือโลหะเบา
  • มีฟองน้ำหรือเจลรองรับภายในเพื่อลดแรงกดและเพิ่มความสบาย
  • มีแถบคาดศีรษะที่สามารถปรับระดับได้

ข้อดี:

  • ใช้งานง่าย ใส่และถอดสะดวก
  • ให้การป้องกันเสียงที่เสถียรและมีประสิทธิภาพสูง
  • มีอายุการใช้งานยาวนานและทนทาน
  • สามารถใช้ร่วมกับ Ear Plugs ได้เพื่อเพิ่มระดับการป้องกันเสียง (Double Protection)

ข้อเสีย:

  • มีขนาดใหญ่ อาจไม่สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการเคลื่อนไหวคล่องตัว
  • อาจทำให้รู้สึกร้อนหรืออึดอัดเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน
  • อาจเข้ากันไม่ได้กับหมวกนิรภัยหรืออุปกรณ์ป้องกันศีรษะบางประเภท

Ear Plugs

2. Ear Plugs (ที่อุดหูป้องกันเสียง)

Ear Plugs เป็นอุปกรณ์ป้องกันเสียงขนาดเล็กที่ใส่เข้าไปในช่องหูเพื่อปิดกั้นเสียงจากภายนอก มีหลายประเภท เช่น แบบโฟม แบบซิลิโคน และแบบใช้ซ้ำได้

วัสดุและโครงสร้าง:

  • ทำจากโฟมอัดตัวที่สามารถขยายตัวในช่องหูได้
  • บางรุ่นทำจากซิลิโคนเพื่อให้พอดีกับรูหู
  • มีรุ่นที่ใช้แล้วทิ้งและรุ่นที่สามารถล้างทำความสะอาดและใช้ซ้ำได้

ข้อดี:

  • ขนาดเล็ก พกพาสะดวก
  • ให้การป้องกันเสียงที่ดีและสามารถใช้งานได้ยาวนาน
  • ใช้ร่วมกับอุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ ได้ง่าย เช่น หมวกนิรภัยและหน้ากากกันฝุ่น

ข้อเสีย:

  • ต้องใส่ให้ถูกต้องเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
  • เสี่ยงต่อการติดเชื้อหากใช้ซ้ำโดยไม่ทำความสะอาด
  • มีอายุการใช้งานสั้นกว่า Ear Muffs

วิธีเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง

วิธีเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง ให้เหมาะกับงาน

การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงต้องพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่:

  1. ระดับเสียงในสถานที่ทำงาน
    • หากระดับเสียงอยู่ที่ 85-100 เดซิเบล (dB) ควรใช้ Ear Plugs เพราะสามารถลดเสียงได้ดีและสะดวกต่อการใช้งาน
    • หากระดับเสียงมากกว่า 100 เดซิเบล (dB) ควรใช้ Ear Muffs หรือ Double Protection (Ear Muffs + Ear Plugs)
  2. ระยะเวลาในการสัมผัสเสียงดัง
    • หากต้องอยู่ในพื้นที่เสียงดังเป็นเวลานาน (มากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน) ควรเลือก Ear Muffs เนื่องจากใส่ได้สบายและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
    • หากต้องการใส่เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ หรือมีการถอดเข้า-ออกบ่อย Ear Plugs อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
  3. ลักษณะงานที่ทำ
    • งานที่ต้องสวมหมวกนิรภัย เช่น งานก่อสร้าง ควรเลือก Ear Plugs
    • งานที่ต้องอยู่ในที่ที่มีเสียงดังต่อเนื่อง เช่น โรงงานเครื่องจักร ควรใช้ Ear Muffs
  4. สภาพแวดล้อมการทำงาน
    • ในที่ที่มีฝุ่นละอองสูง Ear Muffs จะป้องกันการสะสมของฝุ่นในช่องหูได้ดีกว่า Ear Plugs
    • ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง Ear Plugs จะให้ความสบายมากกว่า เนื่องจาก Ear Muffs อาจทำให้ร้อนและอับชื้น

งานที่มักใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง

งานที่ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง (Hearing Protection Equipment) มักเป็นงานที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีระดับเสียงดังเกินมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเสียงที่มีระดับตั้งแต่ 85 เดซิเบล (dB) ขึ้นไป อาจส่งผลกระทบต่อการได้ยินเมื่อได้รับเสียงเป็นเวลานานอย่าง

  • งานตัดโลหะ เครื่องปั๊มโลหะ
  • งานเจียรไน
  • งานเจาะถนน ตอกเสาเหล็ก ตัดเหล็กหรือคอนกรีต
  • อื่นๆ

สำหรับงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟนอกจากจะมีที่ป้องกันเสียงแล้ว ยังต้องมี PPE สำหรับป้องกันประกายไฟ และยังต้องมีผู้ปฏิบัติงานดูแลความปลอดภัยโดยเฉพาะ อย่างผู้เฝ้าระวังไฟ ที่ต้องทำการควบคุมดูแลการทำงานเกี่ยวกับความร้อน

สำหรับผู้ที่สนใจหลักสูตรผู้เฝ้าระวังไฟ อินเฮ้าส์ วิทยากรเดินทนไปสอนถึงสถานที่ สามารถสมัครได้แล้ววันนี้ลดทันที 40%  อ่านรายละเอียดที่ >> หลักสูตรผู้เฝ้าระวังไฟ อินเฮ้าส์

การดูแลรักษาอุปกรณ์ป้องกันเสียง

เพื่อให้ Ear Muffs และ Ear Plugs ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรดูแลรักษาอย่างเหมาะสม:

  • Ear Muffs: เช็ดทำความสะอาดฟองน้ำและแถบคาดศีรษะเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในที่ร้อนหรือชื้น
  • Ear Plugs: หากเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ควรเปลี่ยนทุกวัน หากเป็นแบบใช้ซ้ำ ควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ และตากให้แห้งสนิทก่อนใช้งาน

สรุป

อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน (Hearing Protection Devices – HPDs) อย่าง Ear Muffs และ Ear Plugs เป็นอุปกรณ์สำคัญในการป้องกันเสียงที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน การเลือกใช้งานต้องคำนึงถึงระดับเสียง ระยะเวลาที่ต้องเผชิญเสียงดัง และความสะดวกในการใช้งาน Ear Muffs เหมาะกับงานที่ต้องป้องกันเสียงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่ Ear Plugs เหมาะกับงานที่ต้องการความคล่องตัวและพกพาสะดวกที่สุด

การดูแลรักษาอุปกรณ์เหล่านี้ให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น ควรเลือกใช้อุปกรณ์ให้ตรงกับความต้องการของแต่ละงานเพื่อป้องกันอันตรายจากเสียงดังและรักษาสุขภาพการได้ยินของพนักงานในระยะยาว


อ้างอิง
  1. Occupational Safety and Health Administration (OSHA). (2023). “Hearing Conservation.” Retrieved from www.osha.gov
  2. National Institute for Occupational Safety and Health (NIOSH). (2023). “Preventing Occupational Hearing Loss.” Retrieved from www.cdc.gov/niosh
  3. American National Standards Institute (ANSI). (2022). “Hearing Protection Standard.” Retrieved from www.ansi.org

เรื่องยอดนิยม

ศูนย์ฝึกอบรมความปลอดภัย บริการอบรมผู้เฝ้าระวังไฟ พร้อมทีมงานมืออาชีพ เปิดอบรมแบบอินเฮ้าส์ ครอบคลุมทุก 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ติดต่อ

สำนักงาน

349 อาคารเอสเจ อินฟินิท วัน บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ ชั้น 23 ถนน วิภาวดี รังสิต, แขวง จอมพล, เขต จตุจักร, กรุงเทพฯ 10900

โทรศัพท์

(064) 958 7451 (คุณแนน)

อีเมล

[email protected]

Copyright @2025  อบรมผู้เฝ้าระวังไฟ Developed website and SEO by iPLANDIT