ในงานอุตสาหกรรมและสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง เช่น โรงงานที่มีเครื่องจักรกลหนัก งานก่อสร้าง และสนามบิน การป้องกันการได้ยินเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินจากเสียงดังเกินมาตรฐาน อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน (Hearing Protection Devices – HPDs) มีอยู่สองประเภทหลัก คือ Ear Muffs (ที่ครอบหูป้องกันเสียง) และ Ear Plugs (ที่อุดหูป้องกันเสียง) ซึ่งมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน และเหมาะกับสถานการณ์ที่ต่างกันไป
ความแตกต่างระหว่าง Ear Muffs และ Ear Plugs
1. Ear Muffs (ที่ครอบหูป้องกันเสียง)
Ear Muffs เป็นอุปกรณ์ป้องกันเสียงที่มีลักษณะเป็นที่ครอบหู มีแผ่นกันเสียงและฟองน้ำรองรับเพื่อลดการส่งผ่านของเสียงจากภายนอก Ear Muffs ใช้งานโดยการครอบหูทั้งหมดเพื่อลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม
วัสดุและโครงสร้าง:
- โครงสร้างภายนอกทำจากพลาสติกแข็งหรือโลหะเบา
- มีฟองน้ำหรือเจลรองรับภายในเพื่อลดแรงกดและเพิ่มความสบาย
- มีแถบคาดศีรษะที่สามารถปรับระดับได้
ข้อดี:
- ใช้งานง่าย ใส่และถอดสะดวก
- ให้การป้องกันเสียงที่เสถียรและมีประสิทธิภาพสูง
- มีอายุการใช้งานยาวนานและทนทาน
- สามารถใช้ร่วมกับ Ear Plugs ได้เพื่อเพิ่มระดับการป้องกันเสียง (Double Protection)
ข้อเสีย:
- มีขนาดใหญ่ อาจไม่สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการเคลื่อนไหวคล่องตัว
- อาจทำให้รู้สึกร้อนหรืออึดอัดเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน
- อาจเข้ากันไม่ได้กับหมวกนิรภัยหรืออุปกรณ์ป้องกันศีรษะบางประเภท
2. Ear Plugs (ที่อุดหูป้องกันเสียง)
Ear Plugs เป็นอุปกรณ์ป้องกันเสียงขนาดเล็กที่ใส่เข้าไปในช่องหูเพื่อปิดกั้นเสียงจากภายนอก มีหลายประเภท เช่น แบบโฟม แบบซิลิโคน และแบบใช้ซ้ำได้
วัสดุและโครงสร้าง:
- ทำจากโฟมอัดตัวที่สามารถขยายตัวในช่องหูได้
- บางรุ่นทำจากซิลิโคนเพื่อให้พอดีกับรูหู
- มีรุ่นที่ใช้แล้วทิ้งและรุ่นที่สามารถล้างทำความสะอาดและใช้ซ้ำได้
ข้อดี:
- ขนาดเล็ก พกพาสะดวก
- ให้การป้องกันเสียงที่ดีและสามารถใช้งานได้ยาวนาน
- ใช้ร่วมกับอุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ ได้ง่าย เช่น หมวกนิรภัยและหน้ากากกันฝุ่น
ข้อเสีย:
- ต้องใส่ให้ถูกต้องเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
- เสี่ยงต่อการติดเชื้อหากใช้ซ้ำโดยไม่ทำความสะอาด
- มีอายุการใช้งานสั้นกว่า Ear Muffs
วิธีเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง ให้เหมาะกับงาน
การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงต้องพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่:
- ระดับเสียงในสถานที่ทำงาน
- หากระดับเสียงอยู่ที่ 85-100 เดซิเบล (dB) ควรใช้ Ear Plugs เพราะสามารถลดเสียงได้ดีและสะดวกต่อการใช้งาน
- หากระดับเสียงมากกว่า 100 เดซิเบล (dB) ควรใช้ Ear Muffs หรือ Double Protection (Ear Muffs + Ear Plugs)
- ระยะเวลาในการสัมผัสเสียงดัง
- หากต้องอยู่ในพื้นที่เสียงดังเป็นเวลานาน (มากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน) ควรเลือก Ear Muffs เนื่องจากใส่ได้สบายและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- หากต้องการใส่เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ หรือมีการถอดเข้า-ออกบ่อย Ear Plugs อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
- ลักษณะงานที่ทำ
- งานที่ต้องสวมหมวกนิรภัย เช่น งานก่อสร้าง ควรเลือก Ear Plugs
- งานที่ต้องอยู่ในที่ที่มีเสียงดังต่อเนื่อง เช่น โรงงานเครื่องจักร ควรใช้ Ear Muffs
- สภาพแวดล้อมการทำงาน
- ในที่ที่มีฝุ่นละอองสูง Ear Muffs จะป้องกันการสะสมของฝุ่นในช่องหูได้ดีกว่า Ear Plugs
- ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง Ear Plugs จะให้ความสบายมากกว่า เนื่องจาก Ear Muffs อาจทำให้ร้อนและอับชื้น
งานที่มักใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง
งานที่ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง (Hearing Protection Equipment) มักเป็นงานที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีระดับเสียงดังเกินมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเสียงที่มีระดับตั้งแต่ 85 เดซิเบล (dB) ขึ้นไป อาจส่งผลกระทบต่อการได้ยินเมื่อได้รับเสียงเป็นเวลานานอย่าง
- งานตัดโลหะ เครื่องปั๊มโลหะ
- งานเจียรไน
- งานเจาะถนน ตอกเสาเหล็ก ตัดเหล็กหรือคอนกรีต
- อื่นๆ
สำหรับงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟนอกจากจะมีที่ป้องกันเสียงแล้ว ยังต้องมี PPE สำหรับป้องกันประกายไฟ และยังต้องมีผู้ปฏิบัติงานดูแลความปลอดภัยโดยเฉพาะ อย่างผู้เฝ้าระวังไฟ ที่ต้องทำการควบคุมดูแลการทำงานเกี่ยวกับความร้อน
สำหรับผู้ที่สนใจหลักสูตรผู้เฝ้าระวังไฟ อินเฮ้าส์ วิทยากรเดินทนไปสอนถึงสถานที่ สามารถสมัครได้แล้ววันนี้ลดทันที 40% อ่านรายละเอียดที่ >> หลักสูตรผู้เฝ้าระวังไฟ อินเฮ้าส์
การดูแลรักษาอุปกรณ์ป้องกันเสียง
เพื่อให้ Ear Muffs และ Ear Plugs ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรดูแลรักษาอย่างเหมาะสม:
- Ear Muffs: เช็ดทำความสะอาดฟองน้ำและแถบคาดศีรษะเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในที่ร้อนหรือชื้น
- Ear Plugs: หากเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ควรเปลี่ยนทุกวัน หากเป็นแบบใช้ซ้ำ ควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ และตากให้แห้งสนิทก่อนใช้งาน
สรุป
อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน (Hearing Protection Devices – HPDs) อย่าง Ear Muffs และ Ear Plugs เป็นอุปกรณ์สำคัญในการป้องกันเสียงที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน การเลือกใช้งานต้องคำนึงถึงระดับเสียง ระยะเวลาที่ต้องเผชิญเสียงดัง และความสะดวกในการใช้งาน Ear Muffs เหมาะกับงานที่ต้องป้องกันเสียงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่ Ear Plugs เหมาะกับงานที่ต้องการความคล่องตัวและพกพาสะดวกที่สุด
การดูแลรักษาอุปกรณ์เหล่านี้ให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น ควรเลือกใช้อุปกรณ์ให้ตรงกับความต้องการของแต่ละงานเพื่อป้องกันอันตรายจากเสียงดังและรักษาสุขภาพการได้ยินของพนักงานในระยะยาว
- Occupational Safety and Health Administration (OSHA). (2023). “Hearing Conservation.” Retrieved from www.osha.gov
- National Institute for Occupational Safety and Health (NIOSH). (2023). “Preventing Occupational Hearing Loss.” Retrieved from www.cdc.gov/niosh
- American National Standards Institute (ANSI). (2022). “Hearing Protection Standard.” Retrieved from www.ansi.org