อันตรายจากควันไฟ: ภัยใกล้ตัวที่อาจส่งผลร้ายแรงต่อร่างกาย

by pam
15 views

ควันไฟเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่มักถูกมองข้ามเมื่อเกิดอัคคีภัยหรือเหตุเพลิงไหม้ ควันไฟประกอบด้วยก๊าซพิษและอนุภาคที่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการสูดดมควันไฟเป็นสาเหตุของปัญหาระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจในระดับประชากร (World Health Organization, 2018) นอกจากนี้ ควันไฟยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดภาวะมลพิษทางอากาศ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง การเข้าใจองค์ประกอบของควันไฟและผลกระทบต่อร่างกายจะช่วยให้สามารถป้องกันตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

องค์ประกอบของควันไฟ

ควันไฟเกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของสารอินทรีย์และวัสดุต่าง ๆ ซึ่งสามารถปล่อยสารพิษหลายชนิด โดยสารพิษหลักที่พบในควันไฟ ได้แก่

  1. ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) – เป็นก๊าซที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะจับกับเฮโมโกลบินในเลือดแทนที่ออกซิเจน ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลง ส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และอาจหมดสติได้ หากได้รับในปริมาณสูงอาจทำให้เสียชีวิตได้ (EPA, 2021)
  2. ไดออกซินและฟูแรน – สารพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ของพลาสติกและวัสดุที่มีคลอรีน เช่น PVC เป็นสารก่อมะเร็งที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ระบบสืบพันธุ์ และพัฒนาการของเด็กในครรภ์ (UNEP, 2019)
  3. อนุภาคฝุ่นขนาดเล็ก (PM2.5 และ PM10) – สามารถเข้าสู่ปอดและกระแสเลือด ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งปอด (Air Quality Index, 2020)
  4. ไฮโดรคาร์บอนโพลีไซคลิกอะโรมาติกส์ (PAHs) – เป็นสารที่เกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงแข็ง เช่น ถ่านไม้และน้ำมันดิบ เป็นสารก่อมะเร็งที่สำคัญและสามารถสะสมในร่างกายได้ (IARC, 2017)

อันตรายต่อสุขภาพจากควันไฟ

อันตรายต่อสุขภาพจากควันไฟ

ควันไฟเป็นอันตรายต่อสุขภาพในหลายแง่มุม เนื่องจากประกอบด้วยสารเคมีที่เป็นพิษ อนุภาคขนาดเล็ก และก๊าซอันตราย เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ และสารก่อมะเร็ง ควันไฟส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยแบ่งออกเป็นผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายดังนี้

ผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ

ควันไฟสามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของปอดและหลอดลม ผู้ที่สูดดมควันไฟอาจพบอาการต่าง ๆ เช่น

    • ไอแห้ง ๆ หรือไอมีเสมหะ
    • ระคายเคืองจมูกและลำคอ
    • หายใจลำบาก หรือหายใจมีเสียงหวีด
    • รู้สึกแน่นหน้าอก

นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) จะมีความเสี่ยงสูงต่อการกำเริบของโรคเมื่อสัมผัสกับควันไฟ อาจเกิดภาวะหายใจล้มเหลวและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล (CDC, 2021)

ในกรณีที่ได้รับควันไฟในปริมาณมากหรือเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ โรคปอดอักเสบ และ ปอดเป็นพังผืด ซึ่งเป็นภาวะที่ถุงลมในปอดถูกทำลายและลดความสามารถในการแลกเปลี่ยนก๊าซ

ผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

ควันไฟมีอนุภาคขนาดเล็ก (PM2.5 และ PM10) ที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในระบบไหลเวียนโลหิต ส่งผลให้:

    • หลอดเลือดหดตัว ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
    • เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจขาดเลือด
    • เพิ่มโอกาสเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
    • เพิ่มความเสี่ยงของ หัวใจวายเฉียบพลัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว

การสัมผัสควันไฟในระยะยาวอาจทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว (atherosclerosis) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง (Harvard T.H. Chan School of Public Health, 2019)

ควันไฟผลกระทบต่อระบบประสาท

ผลกระทบต่อระบบประสาท

ควันไฟมีสารเคมีและก๊าซพิษที่สามารถรบกวนการทำงานของระบบประสาท โดยเฉพาะ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ที่สามารถจับกับฮีโมโกลบินในเลือดและลดปริมาณออกซิเจนที่ไปเลี้ยงสมอง ทำให้เกิดอาการ:

    • มึนงง เวียนศีรษะ
    • ปวดศีรษะ
    • สูญเสียความทรงจำชั่วคราว
    • หมดสติ และในกรณีรุนแรงอาจเสียชีวิต

หากได้รับสารพิษจากควันไฟอย่างต่อเนื่องในระยะยาว อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคทางระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสันและอัลไซเมอร์ เนื่องจากสารพิษบางชนิดสามารถทำลายเซลล์สมองและกระตุ้นให้เกิดการเสื่อมของระบบประสาท (NIH, 2020)

ผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันและผลกระทบต่อเด็ก

ควันไฟอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ เด็กที่ได้รับควันไฟเป็นประจำมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคปอดเรื้อรัง (เช่น โรคหืดในเด็ก) และอาจมีพัฒนาการทางปอดที่ไม่สมบูรณ์

สตรีมีครรภ์ที่สัมผัสกับควันไฟอาจเสี่ยงต่อภาวะ คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักเด็กแรกเกิดต่ำ และพัฒนาการทางสมองของทารกที่ผิดปกติ เนื่องจากสารพิษบางชนิดสามารถผ่านรกไปยังทารกในครรภ์ได้

ผลกระทบต่อสารก่อมะเร็งในควันไฟ

ควันไฟจากการเผาไหม้ของวัสดุต่าง ๆ โดยเฉพาะพลาสติก ยาง และไม้ สามารถปล่อยสารเคมีที่เป็น สารก่อมะเร็ง เช่น ไดออกซิน (Dioxins), เบนโซไพรีน (Benzo[a]pyrene), และโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) ซึ่งเมื่อสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง และมะเร็งเม็ดเลือดขาว

มาตรการป้องกันและแนวทางปฏิบัติ

มาตรการป้องกันและแนวทางปฏิบัติ

  1. การป้องกันก่อนเกิดเหตุ
    • ติดตั้งเครื่องตรวจจับควันไฟ (smoke detector)ในบ้านและสถานที่ทำงาน เพื่อแจ้งเตือนก่อนที่ควันจะมีความเข้มข้นสูงจนเป็นอันตราย
    • หลีกเลี่ยงการเผาขยะหรือวัสดุที่สามารถปล่อยสารพิษออกมา เช่น พลาสติก ยาง และสารเคมี
    • เตรียมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 หรือหน้ากากที่มีตัวกรองคาร์บอน
  2. การปฏิบัติตัวระหว่างเกิดเหตุ
    • ใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกและปากเพื่อช่วยกรองควันไฟ
    • หากอยู่ในอาคาร ควรปิดประตูและหน้าต่าง ลดการเปิดช่องระบายอากาศเพื่อป้องกันควันไฟเข้ามา
    • หมอบต่ำเพื่อลดการสูดดมควันไฟ เนื่องจากควันจะลอยขึ้นสูง
    • อพยพออกจากพื้นที่ที่มีควันไฟอย่างรวดเร็วและปลอดภัย
  3. การดูแลหลังสัมผัสควันไฟ
    • หากมีอาการหายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
    • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกาย
    • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ หลังจากได้รับควันไฟ

ในบางองค์กรที่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ มักจะมีมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานความร้อน ซึ่งส่วนใหญ่จะมี ผู้เฝ้าระวังไฟ เป็นผู้ที่ดูแลความปลอดภัยในงานเกี่ยวกับความร้อน โดยเฉพาะ

สรุป

ควันไฟเป็นอันตรายที่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้อย่างรุนแรงและยาวนาน การเข้าใจองค์ประกอบและผลกระทบของควันไฟเป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยให้สามารถป้องกันตนเองและคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแนวทางรับมือเมื่อเกิดเหตุสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพและป้องกันอันตรายจากควันไฟได้

ผู้เฝ้าระวังไฟ บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ในการตรวจสอบและเฝ้าระวังการเกิดไฟในระหว่างที่มีการทำงานหรือกระบวนการที่อาจเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ จำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรม หลักสูตรผู้เฝ้าระวังไฟ จากศูนย์ฝึกอบรม เพื่อเพิ่มทักษะและความรู้ในเรื่องการป้องกันและปฏิบัติตัวในกรณีเกิดไฟไหม้ อย่างถูกวิธี สมัครวันนี้ลดทันที 40%

สามารถอ่านรายละเอียดหลักสูตรที่ : หลักสูตรผู้เฝ้าระวังไฟ


อ้างอิง

  • American Lung Association. (2022). Health effects of smoke exposure.
  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). (2021). Wildfire smoke and health.
  • Environmental Protection Agency (EPA). (2021). Carbon monoxide poisoning.
  • Harvard T.H. Chan School of Public Health. (2019). Air pollution and cardiovascular diseases.
  • International Agency for Research on Cancer (IARC). (2017). Polycyclic aromatic hydrocarbons and cancer.
  • National Institutes of Health (NIH). (2020). Carbon monoxide poisoning: Symptoms and treatment.
  • United Nations Environment Programme (UNEP). (2019). Dioxins and furans.
  • World Health Organization (WHO). (2018). Air pollution and public health.

เรื่องยอดนิยม

ศูนย์ฝึกอบรมความปลอดภัย บริการอบรมผู้เฝ้าระวังไฟ พร้อมทีมงานมืออาชีพ เปิดอบรมแบบอินเฮ้าส์ ครอบคลุมทุก 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ติดต่อ

สำนักงาน

349 อาคารเอสเจ อินฟินิท วัน บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ ชั้น 23 ถนน วิภาวดี รังสิต, แขวง จอมพล, เขต จตุจักร, กรุงเทพฯ 10900

โทรศัพท์

(064) 958 7451 (คุณแนน)

อีเมล

[email protected]

Copyright @2025  อบรมผู้เฝ้าระวังไฟ Developed website and SEO by iPLANDIT