มาตรฐาน NFPA 51B ความปลอดภัยสำหรับงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟ

by pam
32 views

ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ งานความร้อน (Hot Work) เช่น การเชื่อม (Welding) การตัดโลหะ (Cutting) การเจียร (Grinding) และการบัดกรี (Brazing) หนึ่งในความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือ การเกิดอัคคีภัย ซึ่งอาจนำไปสู่ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อป้องกันเหตุเพลิงไหม้จากงานร้อน NFPA 51B จึงถูกพัฒนาเป็นมาตรฐานที่กำหนด แนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยสำหรับงานที่มีประกายไฟและความร้อนสูง

NFPA 51B คืออะไร?

NFPA 51B เป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่จัดทำโดย National Fire Protection Association (NFPA) ซึ่งเป็นองค์กรระดับสากลที่กำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย มาตรฐานฉบับนี้กำหนดข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติสำหรับงานที่มีประกายไฟหรือความร้อน เช่น การเชื่อมโลหะ การตัดด้วยแก๊ส และการเจียร โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ในสถานที่ทำงาน

มาตรฐาน NFPA 51B ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในโรงงานผลิต โกดังสินค้า และสถานประกอบการที่มีการใช้เครื่องมือที่ก่อให้เกิดความร้อนและประกายไฟ

เหตุใดมาตรฐาน NFPA 51B จึงสำคัญ?

🔥 ลดความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัย – งานร้อนก่อให้เกิดประกายไฟ อุณหภูมิสูง และอาจไปกระทบวัสดุไวไฟซึ่งนำไปสู่การลุกไหม้

🛠 สร้างแนวทางที่ชัดเจน – มีการกำหนดขั้นตอนและมาตรการควบคุมที่ต้องปฏิบัติ เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานเป็นไปอย่างปลอดภัย

📜 เป็นข้อกำหนดที่ถูกบังคับใช้ในหลายอุตสาหกรรม – หลายหน่วยงานและบริษัทบังคับใช้ NFPA 51B เป็นมาตรฐานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากไฟไหม้

ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับงานร้อน

ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับงานที่มีความร้อน

  • ประกายไฟ (Sparks)
    ประกายไฟที่เกิดจากงานเชื่อม งานตัดโลหะ หรือการเจียรสามารถกระเด็นไปไกลหลายเมตร หากตกกระทบกับวัสดุไวไฟ เช่น เศษไม้ ผ้าขี้ริ้ว น้ำมัน หรือสารเคมีที่ติดไฟได้ อาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดพื้นที่ควบคุมและใช้ม่านป้องกันสะเก็ดไฟ

  • โลหะหลอมเหลว (Molten Metal)
    กระเด็นของโลหะที่หลอมละลายจากการเชื่อมหรือหลอมโลหะอาจตกใส่วัสดุรอบข้าง รวมถึงเสื้อผ้าของพนักงาน หากไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน เช่น เอี๊ยมกันไฟ ถุงมือกันความร้อน หรือรองเท้านิรภัย อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง เช่น แผลไฟลวกหรือไฟไหม้

  • อุณหภูมิสูง (High Temperature)
    การทำงานกับวัสดุหรืออุปกรณ์ที่มีอุณหภูมิสูง เช่น เครื่องเชื่อม ตะเกียงเป่า หรือโลหะที่ผ่านความร้อน อาจทำให้เกิดการลุกไหม้ได้หากสัมผัสกับเชื้อเพลิงที่อยู่ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการถูกไฟลวกหรือบาดเจ็บจากการสัมผัสโดยตรง จึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันและมีระบบระบายความร้อนที่เหมาะสม

  • ก๊าซและไอระเหยติดไฟ (Flammable Gases and Vapors)
    งานร้อนมักเกี่ยวข้องกับการใช้ก๊าซ เช่น อะเซทิลีน ออกซิเจน โพรเพน และไอระเหยของสารเคมี หากไม่มีการควบคุม อาจเกิดการสะสมของไอระเหยติดไฟและนำไปสู่การระเบิดได้ ดังนั้นต้องมีการระบายอากาศที่ดี ตรวจสอบความหนาแน่นของก๊าซ และใช้เครื่องมือตรวจวัดก๊าซก่อนเริ่มงาน

ขอบเขตของมาตรฐาน NFPA 51B

มาตรฐาน NFPA 51B ครอบคลุมงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำให้เกิดประกายไฟ รวมถึงการเชื่อม การตัด การบัดกรี และการเจียร มาตรฐานนี้กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับ:

  • นายจ้างและลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับงานเชื่อมหรืองานร้อน
  • เจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยในสถานประกอบการ
  • ผู้ที่ต้องรับผิดชอบในการออกใบอนุญาตทำงานร้อน (Hot Work Permit)
  • เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย

โดยมาตรฐานนี้ใช้ได้กับทุกสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม ศูนย์การค้า หรืออาคารสำนักงาน

ข้อกำหนดหลักของ NFPA 51B

ข้อกำหนดหลักของ NFPA 51B

NFPA 51B กำหนดข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติหลัก ๆ ดังนี้:

1. การขออนุญาตทำงานร้อน (Hot Work Permit)

NFPA 51B กำหนดว่าทุกงานร้อนต้องได้รับอนุญาตก่อนเริ่มปฏิบัติงาน (Hot Work Permit) ซึ่งออกโดยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

ขั้นตอนการขออนุญาต:

  • ตรวจสอบพื้นที่ทำงานว่าปลอดภัยจากวัสดุไวไฟ
  • ระบุมาตรการป้องกันไฟไหม้ เช่น การใช้แผ่นกันไฟหรือผ้าห่มกันไฟ
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน

2. การกำหนดพื้นที่ทำงานร้อน

NFPA 51B แนะนำให้มีพื้นที่เฉพาะสำหรับงานร้อน (Designated Hot Work Area) ซึ่งเป็นบริเวณที่ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงจากประกายไฟ

หากไม่สามารถทำงานในพื้นที่เฉพาะได้ จำเป็นต้อง:

  • ใช้มาตรการป้องกันเพิ่มเติม เช่น แผ่นกั้นไฟ
  • เคลื่อนย้ายวัสดุไวไฟออกจากพื้นที่ทำงาน

จัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันไฟ

3. การจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันไฟไหม้

ก่อนเริ่มงานต้องตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์ดับเพลิงที่เหมาะสม และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล สำหรับงานความร้อน เช่น

  • ถังดับเพลิงเคมีแห้ง (ABC Fire Extinguisher) สำหรับดับไฟที่เกิดจากโลหะหรือไฟฟ้า
  • สายฉีดน้ำดับเพลิง กรณีต้องทำงานในบริเวณที่มีวัสดุไวไฟจำนวนมาก
  • ระบบตรวจจับควันและระบบดับเพลิงอัตโนมัติ หากเป็นพื้นที่ในอาคาร
  • หน้ากากงานเชื่อม สำหรับป้องกันดวงตาจากประกายไฟ

4. จัดให้มีเฝ้าระวังไฟหลังทำงาน (Fire Watch man)

กำหนดให้มีบุคคลที่ได้รับการอบรมหลักสูตรผู้เฝ้าระวังไฟ ให้ทำหน้าที่เฝ้าระวังไฟในองค์กร หลังจากเสร็จสิ้นงานร้อนแล้ว NFPA 51B ยังกำหนดให้มีการเฝ้าระวังไฟอย่างน้อย 30-60 นาที เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีการปะทุของไฟ

คุณสมบัติของผู้เฝ้าระวังไฟ:

  • ต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้เฝ้าระวังไฟ จากศูนย์ฝึกอบรมที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
  • ต้องทราบวิธีการใช้ถังดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิงอื่น ๆ
  • รู้การทำใบอนุญาตทำงานประกายไฟ
  • รู้ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • เตรียมแผนฉึกเฉิน

อ่านเพิ่มเติม : หน้าที่ของผู้เฝ้าระวังไฟมีอะไรบ้าง

จัดให้มีการฝึกอบรมพนักงาน

5. จัดให้มีการฝึกอบรมพนักงาน

NFPA 51B กำหนดให้ผู้ที่ปฏิบัติงานร้อนต้องผ่านการฝึกอบรมเกี่ยวกับ:

  • อันตรายจากงานร้อนและวิธีป้องกัน
  • วิธีการใช้ถังดับเพลิงและอุปกรณ์ป้องกันไฟไหม้
  • ขั้นตอนฉุกเฉินหากเกิดเพลิงไหม้

สามารถเสริมทักษะความรู้ดับเพลิงเบื้องต้น ได้จากหลักสูตรอบรมดับเพลิงเบื้องต้น ซึ่งเป็นหลักสูตรความรู้ที่เหมาะกับคนทั่วไป ได้เรียนรู้วิธีการใช้ถังดับเพลิงรูปแบบต่างๆ สามารถเสริมด้วยหลักสูตรอพยพหนีไฟ เพื่อให้พนักงานได้ฝึกซ้อมการปฏิบัติตัวเมื่อต้องอพยพหนีไฟออกจาอาคาร หรือสถานที่ทำงาน

📌 ข้อควรจำสำหรับการทำงานร้อนอย่างปลอดภัย

✅ ขออนุญาตทำงานร้อนทุกครั้ง (Hot Work Permit)
✅ กำหนดพื้นที่ทำงานเฉพาะและใช้มาตรการป้องกันไฟไหม้
✅ จัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อม
✅ มีผู้เฝ้าระวังไฟทั้งก่อน ระหว่างการทำงาน และหลังจากเสร็จงาน
✅ ฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ด้านความปลอดภัย

สรุป

มาตรฐาน NFPA 51B เป็นแนวทางที่สำคัญในการป้องกันอัคคีภัยจากงานที่มีประกายไฟ โดยกำหนดให้มีระบบใบอนุญาตทำงานร้อน การเฝ้าระวังไฟ และมาตรการป้องกันอัคคีภัยที่เข้มงวด การนำมาตรฐานนี้ไปใช้สามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดเพลิงไหม้และช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

องค์กรที่มีงานเกี่ยวข้องกับการเชื่อมหรือการทำงานที่มีความร้อน ควรมีการฝึกอบรมพนักงานและปฏิบัติตาม NFPA 51B อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด


อ้างอิง

  • National Fire Protection Association. (2024). NFPA 51B: Standard for Fire Prevention During Welding, Cutting, and Other Hot Work. Quincy, MA: NFPA.
  • Occupational Safety and Health Administration (OSHA). (2024). Hot Work Safety. Washington, D.C.: OSHA.

เรื่องยอดนิยม

ศูนย์ฝึกอบรมความปลอดภัย บริการอบรมผู้เฝ้าระวังไฟ พร้อมทีมงานมืออาชีพ เปิดอบรมแบบอินเฮ้าส์ ครอบคลุมทุก 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ติดต่อ

สำนักงาน

349 อาคารเอสเจ อินฟินิท วัน บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ ชั้น 23 ถนน วิภาวดี รังสิต, แขวง จอมพล, เขต จตุจักร, กรุงเทพฯ 10900

โทรศัพท์

(064) 958 7451 (คุณแนน)

อีเมล

[email protected]

Copyright @2025  อบรมผู้เฝ้าระวังไฟ Developed website and SEO by iPLANDIT